ส่วนที่ 1: ข้อมูลภาพรวมบทเรียน

ภาค: ภาค ข | หมวดวิชา: ความรอบรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน | เรื่อง: รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน | เวลาอ่านโดยประมาณ: 6 นาที

สรุปเรื่องนี้ใน 1 นาที

  • กฎหมายสูงสุด: รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดหน้าที่ของรัฐและแนวนโยบายแห่งรัฐด้านการศึกษาไว้อย่างชัดเจน
  • สิทธิและหน้าที่ของรัฐด้านการศึกษา (มาตรา 54): รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
  • การดูแลเด็กเล็กก่อนวัยเรียน: รัฐต้องดูแลและพัฒนาเด็กเล็กก่อนเข้ารับการศึกษา เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมวัย โดยส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม
  • กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.): บัญญัติขึ้นตามมาตรา 54 วรรคหก เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเสริมสร้างคุณภาพครู
  • การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (มาตรา 258 จ): ให้เริ่มจัดการดูแลเด็กเล็กก่อนวัยเรียนอย่างทั่วถึง, จัดทำกฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลน, ปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานการศึกษา, และส่งเสริมความเป็นอิสระของสถานศึกษา

เนื้อหาที่ต้องรู้

1. หน้าที่ของรัฐด้านการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (มาตรา 54)

มาตรา 54 เป็นบทบัญญัติหลักที่วางรากฐานและทิศทางการศึกษาของประเทศในปัจจุบัน ประกอบด้วยหลักการสำคัญ 6 วรรค:

  1. การศึกษา 12 ปีแบบให้เปล่า: รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
  2. การพัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน: รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย
  3. การศึกษาตลอดชีวิตและการตอบสนองความต้องการ: รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ
  4. เป้าหมายของการจัดการศึกษา: การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภาคภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
  5. การพัฒนาและการผลิตครู: รัฐต้องดำเนินการให้มีกฎหมายและกลไกในการส่งเสริมและพัฒนาครูและอาจารย์ให้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง และได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถ
  6. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.): รัฐต้องจัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน หรือใช้มาตรการหรือกลไกทางภาษี

2. การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามมาตรา 258 จ.

รัฐธรรมนูญกำหนดให้การปฏิรูปการศึกษาต้องสัมฤทธิ์ผลใน 4 ด้านสำคัญ:

  • การดูแลเด็กเล็กก่อนวัยเรียน: ให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาอย่างครอบคลุม เท่าเทียม และมีมาตรฐานทางวิชาการ
  • กลไกการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์: ดำเนินการจนเกิดเป็น พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561
  • การปรับปรุงโครงสร้างและการจัดการเรียนการสอน: มุ่งเน้นการปฏิรูปหลักสูตรและการเรียนรู้เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา และการประเมินผลที่สะท้อนสมรรถนะจริง
  • ความเป็นอิสระของสถานศึกษา: ส่งเสริมให้สถานศึกษามีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ และการบริหารงานบุคคล
ขอบเขตเนื้อหาและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง (Cross-reference):
บทเรียนนี้เน้น กรอบหน้าที่ของรัฐและสิทธิทางการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 สำหรับโครงสร้างระบบการศึกษา 3 รูปแบบ มาตรฐานการศึกษา และการประกันคุณภาพตามกฎหมายแม่บท โปรดศึกษาในหัวข้อ "กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ" (Topic 140)

จำให้แม่น

ประเด็นตามมาตรา 54 ข้อกำหนดตามรัฐธรรมนูญ 2560 หน่วยงาน / กลไกขับเคลื่อน
การศึกษาให้เปล่าตาม รธน. 12 ปี (ก่อนวัยเรียนจนจบภาคบังคับ) กระทรวงศึกษาธิการ / สพฐ. / อปท.
การพัฒนาเด็กเล็ก พัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม ปัญญา ร่วมมือกับ อปท. และภาคเอกชน
ลดความเหลื่อมล้ำ จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
เป้าหมายการศึกษา คนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ เชี่ยวชาญตามถนัด สถานศึกษาทุกระดับ

จุดที่มักสับสน

  • 12 ปี (รธน. 2560) vs 12 ปี (พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ):
    • รธน. 2560 (ม.54): ระบุว่า 12 ปี "ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ" (อนุบาล 3 ปี + ประถม 6 ปี + ม.ต้น 3 ปี)
    • พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ (ม.10): ระบุการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี (ประถม 6 ปี + ม.ต้น 3 ปี + ม.ปลาย 3 ปี)
    • นโยบายเรียนฟรี 15 ปี: เป็น "มติคณะรัฐมนตรี" ที่ขยายสิทธิครอบคลุมตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช.
  • กสศ. สังกัดกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่?: กสศ. เป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลและ ไม่อยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แต่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี

ตัวอย่างสถานการณ์

สถานการณ์: ชุมชนห่างไกลแห่งหนึ่งมีเด็กยากจนพิเศษที่เสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงเรียน:

  1. สถานศึกษาสามารถคัดกรองข้อมูลความยากจนผ่านระบบสารสนเทศเพื่อขอรับเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
  2. การดำเนินการนี้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54 วรรคหก ในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์

เทคนิคช่วยจำ

สูตรจำ รธน. มาตรา 54: "12 ปีฟรี (ก่อนวัยเรียนถึงจบภาคบังคับ) • ดูแลเด็กเล็ก • เช็ค กสศ. ช่วยคนจน • สร้างคนดีมีวินัย"

ทบทวนก่อนจบ

  1. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54 รัฐต้องจัดการศึกษาแบบไม่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นเวลากี่ปี และครอบคลุมช่วงใด? (เฉลย: เป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ)
  2. กองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 54 เพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คือกองทุนใด? (เฉลย: กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ.)
  3. การจัดการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีลักษณะใด? (เฉลย: เป็นคนดี มีวินัย ภาคภูมิใจในชาติ มีความเชี่ยวชาญตามความถนัด และรับผิดชอบต่อสังคม)
  4. การปฏิรูปการศึกษาตามมาตรา 258 จ. กำหนดให้เริ่มจัดการดูแลและพัฒนาเด็กช่วงใดเป็นอันดับแรก? (เฉลย: เด็กเล็กก่อนวัยเรียน)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 (มาตรา 54 และมาตรา 258 จ)