ส่วนที่ 1: ข้อมูลภาพรวมบทเรียน

ภาค: ภาค ข | หมวดวิชา: ความรอบรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน | เรื่อง: กฎหมายว่าด้วยการศึกษาปฐมวัย | เวลาอ่านโดยประมาณ: 6 นาที

สรุปเรื่องนี้ใน 1 นาที

  • กฎหมายหลัก: พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นมา
  • นิยาม "เด็กปฐมวัย": เด็กซึ่งมีอายุ ต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา (ครอบคลุมตั้งแต่ทารกในครรภ์มารดา)
  • คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย (กพป.): มี นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ
  • ปรัชญาการพัฒนา: เน้นการพัฒนาแบบองค์รวม (ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา) ผ่านการเล่น การลงมือปฏิบัติจริง และความอบอุ่นในครอบครัว ไม่เร่งรัดการเรียนรู้ทางวิชาการเกินวัย
  • ข้อกำหนดเรื่องการรับเด็กเข้าเรียน (มาตรา 8):
    • ห้ามสอบคัดเลือก เพื่อรับเด็กปฐมวัยเข้าเรียนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและระดับอนุบาล
    • การรับเด็กเข้าเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1) ให้มุ่งเน้นการจัดสรรอย่างเสมอภาคตามพื้นที่บริการ และ ห้ามใช้การสอบข้อเขียนคัดเลือก เว้นแต่กรณีที่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย

เนื้อหาที่ต้องรู้

1. นิยามและขอบเขตของการพัฒนาเด็กปฐมวัย

  • "เด็กปฐมวัย": เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าหกปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา
  • "การพัฒนาเด็กปฐมวัย": การดูแล การพัฒนา และการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย รวมถึงการดูแลหญิงมีครรภ์ เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างมีสุขภาวะที่ดี มีพัฒนาการสมวัยทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
  • "สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย": ศูนย์เด็กเล็ก, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, โรงเรียนอนุบาล, สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือหน่วยงานอื่นที่จัดการดูแลพัฒนาเด็กปฐมวัย

2. คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย (กพป.)

กฎหมายจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง 4 กระทรวงหลัก (กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ):

  • ประธานกรรมการ: นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
  • รองประธานกรรมการ: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รองประธานคนที่ 1) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รองประธานคนที่ 2)
  • กรรมการและเลขานุการ: เลขาธิการสภาการศึกษา (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของ กพป.)
  • อำนาจหน้าที่: จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติการพัฒนาเด็กปฐมวัย กำหนดมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และเสนอแนะงบประมาณต่อ ครม.

3. สาระสำคัญเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้และการรับเด็กเข้าเรียน (มาตรา 8)

มาตรา 8 วางกรอบเพื่อคุ้มครองเด็กปฐมวัยไม่ให้ตกอยู่ใต้แรงกดดันทางวิชาการที่ขัดกับพัฒนาการสมอง:

  1. การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยต้องมุ่งเน้น "การเล่นอย่างมีความหมาย (Play-based Learning)" พัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) การเคลื่อนไหว และสุขนิสัยที่ดี ไม่เน้นการท่องจำหรือทำแบบฝึกหัดเชิงวิชาการที่ตึงเครียด
  2. การห้ามสอบคัดเลือกเด็กปฐมวัย:
    • สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย (เนอสเซอรี่ ศูนย์เด็กเล็ก อนุบาล) ห้ามใช้การสอบคัดเลือกเด็กเข้าเรียนโดยเด็ดขาด
    • การรับเด็กเข้าเรียนในระดับ ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1) ต้องดำเนินการโดยไม่ใช้การทดสอบทางวิชาการหรือการสอบข้อเขียนคัดเลือก เพื่อไม่ให้เกิดค่านิยมการกวดวิชาในเด็กปฐมวัย
    • ข้อยกเว้น: การประเมินเพื่อคัดกรองหรือวัดความพร้อม หรือกรณีโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะทางตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
  3. การเชื่อมต่อช่วงรอยต่อ (Transition): สถานศึกษาต้องประสานงานระหว่างระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษา เพื่อให้เด็กปรับตัวเข้าสู่การเรียนในระดับ ป.1 ได้อย่างราบรื่นโดยไม่เกิดภาวะเครียด
ขอบเขตเนื้อหาและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง (Cross-reference):
บทเรียนนี้เน้น กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาเด็กปฐมวัยและการห้ามสอบคัดเลือกตาม มาตรา 8 สำหรับทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการทางสติปัญญาและจิตสังคมของเด็กปฐมวัย โปรดศึกษาในหัวข้อ "จิตวิทยาพัฒนาการและพัฒนาการผู้เรียน" (Topic 47)

จำให้แม่น

ประเด็นทางกฎหมาย สาระสำคัญตาม พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562
นิยามอายุเด็กปฐมวัย ต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ (เริ่มตั้งแต่ทารกในครรภ์จนถึงก่อนเข้า ป.1)
ประธาน กพป. นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ที่มอบหมาย
ฝ่ายเลขานุการ กพป. เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
การรับเด็กเข้าอนุบาล ห้ามสอบคัดเลือกโดยเด็ดขาด
การรับเด็กเข้า ป.1 ห้ามสอบข้อเขียนคัดเลือก (เน้นเกณฑ์พื้นที่และการจับสลาก/เกณฑ์เสมอภาค)
แนวทางการจัดการเรียนรู้ เน้นการเล่น (Play-based), ทักษะสมอง EF, ไม่เน้นท่องจำวิชาการ

จุดที่มักสับสน

  • เด็กปฐมวัยเริ่มนับเมื่อใด?: กฎหมายครอบคลุมตั้งแต่ "ทารกในครรภ์มารดา" จนถึงก่อนเข้าเรียนชั้น ป.1 (ไม่ได้เริ่มนับเฉพาะตอนคลอดหรือตอนเข้าอนุบาล)
  • ห้ามสอบ ป.1 หมายถึงห้ามประเมินพัฒนาการหรือไม่?: ไม่ใช่! การประเมินพัฒนาการ การสังเกตพฤติกรรม หรือการสัมภาษณ์เพื่อดูความพร้อมของเด็กสามารถทำได้ แต่ที่กฎหมายห้ามคือ "การจัดสอบข้อเขียนเพื่อคัดเลือกคนได้-คนตก"
  • กพป. สังกัด สพฐ. หรือไม่?: กพป. เป็นคณะกรรมการระดับชาติ มี สกศ. (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา) ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ไม่ได้สังกัด สพฐ.

ตัวอย่างสถานการณ์

สถานการณ์: โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งประกาศรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนชั้น ป.1 โดยกำหนดให้เด็กอายุ 6 ปีเข้าสอบข้อเขียนวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพื่อคัดเลือกนักเรียนที่มีคะแนนสูงสุด 50 คนแรกเข้าห้องเรียนพิเศษ:

  1. การดำเนินการนี้ ขัดต่อเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 8 ที่ห้ามการใช้ข้อสอบข้อเขียนคัดเลือกเด็กเข้าเรียน ป.1
  2. คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยมีแนวปฏิบัติให้สถานศึกษาใช้วิธีการจัดสรรตามเขตพื้นที่บริการ การจับสลาก หรือการประเมินความพร้อมแบบองค์รวมแทนการสอบข้อเขียน

เทคนิคช่วยจำ

สูตรจำปฐมวัย: "ต่ำกว่า 6 ขวบ (รวมในครรภ์) • นายกฯ คุมบอร์ด • สกศ. เลขา • ห้ามสอบคัดเข้าอนุบาลและ ป.1 • เน้นเล่นสร้าง EF"

ทบทวนก่อนจบ

  1. เด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มีนิยามอายุอย่างไร? (เฉลย: เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และรวมถึงเด็กที่ต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้าเรียน ป.1)
  2. ใครดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย (กพป.)? (เฉลย: นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย)
  3. หน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย? (เฉลย: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา หรือ สกศ.)
  4. มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มีข้อกำหนดสำคัญเกี่ยวกับการรับเด็กเข้าเรียนระดับอนุบาลและ ป.1 อย่างไร? (เฉลย: ห้ามใช้การสอบคัดเลือกเพื่อรับเด็กเข้าเรียนในระดับอนุบาล และห้ามใช้การสอบข้อเขียนคัดเลือกเข้าเรียนชั้น ป.1)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา