ส่วนที่ 1: ข้อมูลภาพรวมบทเรียน

ภาค: ภาค ก | หมวดวิชา: ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี | เรื่อง: มาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการ: 7 หลักเกณฑ์มาตรฐานทางจริยธรรมและกลไกการกำกับดูแล | เวลาอ่านโดยประมาณ: 6 นาที

สรุปเรื่องนี้ใน 1 นาที

  • กฎหมายหลัก: พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (มาตรา 76 วรรคสาม) เพื่อเป็นมาตรฐานกลางสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท
  • 7 มาตรฐานทางจริยธรรม (มาตรา 5): ยึดมั่นสถาบันหลัก, ซื่อสัตย์สุจริตจิตสำนึกดี, กล้าตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้อง, คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว, มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน, ปฏิบัติหน้าที่เป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ, ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีรักษาภาพลักษณ์
  • องค์กรกำกับดูแลระดับชาติ: คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.) มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ ที่มอบหมายเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและแนวทางกำกับจริยธรรม
  • การจัดทำประมวลจริยธรรม: องค์กรกลางบริหารงานบุคคลแต่ละประเภท (ก.พ., ก.ค.ศ., ก.ตร., ก.ถ. ฯลฯ) มีหน้าที่จัดทำประมวลจริยธรรมของตนเอง โดยต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานกลาง 7 ประการ
  • กลไกภายในหน่วยงาน: ทุกส่วนราชการต้องจัดตั้ง "กลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม" และคณะกรรมการจริยธรรมประจำหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนและตรวจสอบ

เนื้อหาที่ต้องรู้

1. มาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการตามมาตรา 5

พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 บัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ 7 ประการ:

  1. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ: อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  2. ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่: ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ รับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตน
  3. กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม: ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและศีลธรรม กล้าปฏิเสธคำสั่งที่ไม่ชอบธรรม ไม่ยอมจำนนต่ออิทธิพลมืด
  4. คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ: แยกเรื่องส่วนตัวออกจากหน้าที่ราชการ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) พร้อมเสียสละเพื่อส่วนรวม
  5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน: ปฏิบัติงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย พัฒนางานและนวัตกรรมการบริการสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
  6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ: ปฏิบัติต่อประชาชนและผู้ร่วมงานอย่างเสมอภาค เท่าเทียม ปราศจากอคติทางเพศ ศาสนา สถานะทางสังคม
  7. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ: วางตัวเหมาะสมทั้งในหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว ไม่ประพฤติตนให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ

2. องค์กรและกลไกการขับเคลื่อนมาตรฐานทางจริยธรรม

  • คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.):
    • มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ
    • เลขาธิการ ก.พ. ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ
    • มีอำนาจหน้าที่เสนอนโยบาย กำหนดแนวทาง ติดตามประเมินผล และให้คำแนะนำแก่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลในการบังคับใช้ประมวลจริยธรรม
  • บทบาทขององค์กรกลางบริหารงานบุคคล:

    เช่น คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.), คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีหน้าที่จัดทำ "ประมวลจริยธรรม" สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัด โดยยึดมาตรฐาน 7 ประการเป็นกรอบขั้นต่ำ

  • กลไกการขับเคลื่อนในระดับหน่วยงาน:
    • จัดตั้ง กลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม ขึ้นในแต่ละส่วนราชการเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและส่งเสริมคุณธรรม
    • แต่งตั้ง คณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการ เพื่อให้คำปรึกษาและกำกับดูแล
    • การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมถือเป็นความผิดทางวินัย และเป็นเหตุผลในการประเมินการแต่งตั้ง เลื่อนขั้น หรือให้ออกจากราชการ
ขอบเขตเนื้อหาและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง (Cross-reference):
บทเรียนนี้เน้น มาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการตาม พ.ร.บ. และองค์กร ก.ม.จ. สำหรับสมรรถนะ ค่านิยม I AM READY และพฤติกรรมเชิงปฏิบัติของข้าราชการที่ดี โปรดศึกษาในหัวข้อ "คุณลักษณะและพฤติกรรมของการเป็นข้าราชการที่ดี" (Topic 137)

จำให้แม่น

ลำดับ มาตรฐานทางจริยธรรม (มาตรา 5) พฤติกรรมที่พึงประสงค์
1 ยึดมั่นสถาบันหลักของประเทศ จงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาธิปไตย
2 ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกดี ไม่โกง โปร่งใส รับผิดชอบต่องาน
3 กล้าตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้อง กล้าปฏิเสธสิ่งผิด ยืนหยัดในความชอบธรรม
4 ประโยชน์ส่วนรวมเหนือส่วนตน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีจิตสาธารณะ
5 มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน ทำงานมีคุณภาพ ตรงต่อเวลา พัฒนาบริการ
6 เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ บริการเสมอภาค ไม่แบ่งแยกชนชั้นหรือพวกพ้อง
7 ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี รักษาเกียรติศักดิ์ข้าราชการทั้งในและนอกเวลางาน

จุดที่มักสับสน

  • จริยธรรม vs วินัย: วินัยเป็น "เกณฑ์ขั้นต่ำ" ที่มีบทลงโทษชัดเจน (ภาคทัณฑ์ถึงไล่ออก) ส่วนจริยธรรมเป็น "อุดมการณ์ขั้นสูง" ในการประพฤติปฏิบัติ แต่ปัจจุบันการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงอาจนำไปสู่โทษทางวินัยและส่งผลให้พ้นจากตำแหน่งได้เช่นกัน
  • ประธาน ก.ม.จ. คือใคร?: ข้อสอบมักลวงว่าเป็น "เลขาธิการ ก.พ." → ที่ถูกต้องคือ "นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย" เป็นประธาน ส่วนเลขาธิการ ก.พ. ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ
  • การจัดทำประมวลจริยธรรม: ก.ม.จ. ไม่ได้เป็นผู้เขียนประมวลจริยธรรมของทุกหน่วยงาน แต่เป็นผู้กำหนดมาตรฐานกลาง แล้วให้แต่ละองค์กรกลางบริหารงานบุคคล (ก.พ., ก.ค.ศ., ก.ตร.) ไปร่างประมวลของตนเอง

ตัวอย่างสถานการณ์

สถานการณ์: ข้าราชการระดับบริหารได้รับของขวัญมูลค่าสูงจากผู้รับเหมาที่กำลังยื่นซองประมูลงานของกระทรวง แม้จะอ้างว่าให้ตามประเพณีนิยมในวันปีใหม่:

  1. การกระทำนี้ขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมข้อที่ 2 (ซื่อสัตย์สุจริต) และข้อที่ 4 (คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว)
  2. เข้าข่ายการมี "ผลประโยชน์ทับซ้อน" (Conflict of Interest) ซึ่งบั่นทอนความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือของทางราชการ
  3. ข้าราชการผู้นี้ต้องปฏิเสธการรับ หรือส่งมอบของขวัญดังกล่าวให้แก่หน่วยงานตามระเบียบที่เกี่ยวข้องทันที

เทคนิคช่วยจำ

สูตรจำ 7 มาตรฐานจริยธรรม: "ชาติ - ซื่อ - กล้า - ส่วนรวม - ผลสัมฤทธิ์ - เป็นธรรม - แบบอย่าง"

  • 1. ชาติ: สถาบันหลัก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
  • 2. ซื่อ: ซื่อสัตย์สุจริต จิตสำนึกดี
  • 3. กล้า: กล้าทำถูกต้อง ไม่กลัวอิทธิพล
  • 4. ส่วนรวม: ประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนเสมอ
  • 5. ผลสัมฤทธิ์: มุ่งผลสำเร็จของงาน
  • 6. เป็นธรรม: เสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ
  • 7. แบบอย่าง: เป็นตัวอย่างที่ดี รักษาเกียรติ

ทบทวนก่อนจบ

  1. พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมไว้กี่ประการ? (เฉลย: 7 ประการ)
  2. ใครดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.)? (เฉลย: นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย)
  3. หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดทำประมวลจริยธรรมสำหรับข้าราชการแต่ละประเภท? (เฉลย: องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการแต่ละประเภท เช่น ก.พ., ก.ค.ศ., ก.ตร.)
  4. มาตรฐานทางจริยธรรมข้อใดที่เน้นการป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน? (เฉลย: ข้อ 4 คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 และประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2564